สิทธิการมีถิ่นพำนักถาวรในอังกฤษ (INDEFINITE LEAVE TO REMAIN – ILR)

สิทธินี้เป็นที่รู้จักกันอีกแบบว่า SETTLEMENT หรือสิทธิการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งโดยหลักการแล้วมีความหมายเหมือนกัน สำหรับชาวไทยที่ได้สถานภาพนี้จากการที่เคยได้สมรส หรือสมรส หรือเป็นสมาชิกครอบครัวของชาวสหภาพยุโรปจะมีเอกสารที่เขียนไว้ว่า สิทธิในการตั้งถิ่นฐานภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการตั้งถิ่นฐานในสหภาพยุโรป (SETTLED STATUS UNDER EUROPEAN UNION SETTLED SCHEME – EUSS) ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันอยู่ในเรื่องของขั้นตอนการได้รับสถานะนี้ แต่ทั้งคนที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักถาวรและผู้ที่ได้รับสถานะการมีถิ่นถาวรในรูปของ SETTLEMENT ก็เรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกันทุกประการ

couple, restaurant, dating-1807617.jpg

กรณีที่ผู้ยื่นเอกสารพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร ในฐานะที่เป็นสมาชิกครอบครัวของชาวอังกฤษหรือเป็นสมาชิกในครอบครัวของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักถาวรในอังกฤษ ซึ่งโดยปกติแล้วการจะสามารถยื่นขอมีถิ่นพำนักถาวรในอังกฤษได้ก็ต่อเมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษเป็นเวลาผ่านพ้นไปแล้ว 5 ปี  ในบางกรณีระยะเวลาที่จะยื่นขอมีถิ่นพำนักอาจสั้นกว่านี้ได้ ( เช่น กรณีที่คู่สมรสชาวอังกฤษเสียชีวิต หรือผู้ยื่นขอเอกสารเป็นเหยื่อที่เกิดจากความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น) แต่ในบางกรณี ระยะเวลาในการยื่นขอมีถิ่นพำนักถาวรก็อาจจะยาวนานขึ้นเป็น 10 ปี (เช่น กรณีที่ผู้ยื่นเอกสารขอยืดเวลาในการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษซึ่งจำเป็นในการขอมีถิ่นพำนักถาวร หรือ กรณีที่รายได้ลดลงจนเกินกว่ารายได้ขั้นต่ำที่ทางหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองระบุไว้) โดยส่วนมากแล้ว (แต่ไม่ทั้งหมด) ผู้ที่ได้รับวีซ่าทำงานและวีซ่าธุรกิจก็จะเข้าข่ายในการยื่นเอกสารขอมีถิ่นพำนักถาวรได้หลังจากใช้ชีวิตผ่านไป 5 ปี

หากว่าผู้ยื่นเอกสารได้ทำการเปลี่ยนวีซ่าในช่วงระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ (เช่น เคยถือวีซ่านักศึกษามาก่อน เคยถือวีซ่าธุรกิจ หรือวีซ่าติดตามครอบครัว เป็นต้น) กรณีเช่นนี้จะยื่นเอกสารได้ก็ต่อเมื่อใช้ชีวิตอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องเป็นระยเวลา 10 ปี ขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมายในการที่จะทำให้การขอมีถิ่นพำนักถาวรนั้นเร็วกว่า 5 ปี เช่น  กรณีที่ผู้ยื่นเป็นผู้ที่ถือวีซ่าที่เรียกว่า วีซ่าผู้มีทักษะสูงนานาประเทศ (GLOBAL TALENT VISA) สามารถยื่นขอมีถิ่นพำนักถาวรได้หลังจากใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรผ่านพ้นไป 3 ปี  โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่อาศัยและทำงานอยู่ในสหราชอาณาจักรอย่างไม่ถูกกฎหมาย ปัจจุบันนี้สามารถยื่นขอเอกสารการรับรองเมื่อใช้ชีวิตผ่านพ้นไปแล้ว 20 ปี ( โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่เคยโดนเนรเทศออกนอกประเทศหรือถูกจับได้มาก่อน) และหลังจากที่ได้รับการรับรองแล้ว จึงจะสามารถยื่นขอมีถิ่นพำนักถาวรได้หลังจากใช้ชีวิตหลังจากนั้นไปอีก 10 ปี หรืออาจกล่าวได้อีกแบบว่า จะสามารถยื่นขอมีถิ่นพำนักถาวรได้เมื่อผ่านพ้นไป 30 ปีนั่นเอง

กระบวนการยื่นเอกสารนั้นแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับว่าก่อนหน้านี้ผู้ยื่นขอวีซ่าเคยถือวีซ่าประเภทใดมา โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ยื่นขอมีถิ่นพำนักถาวรจะต้องแสดงหลักฐานว่ามีความรู้ด้านภาษาอังกฤษมากกว่าระดับ B1 นอกจากนี้จะต้องผ่านการทดสอบที่เรียกว่า การใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร “Live in the UK Test” หลังจากที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักถาวรแล้ว ผู้ที่ยื่นขอเอกสารจึงจะมีสิทธิในการทำงาน เรียน หรือทำธุรกิจในสหราชอาณาจักรโดยไม่มีข้อจำกัด  รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ และสามารถเข้าถึงระบบบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างไม่มีข้อจำกัด และยังสามารถยื่นขอสัญชาติในระดับถัดไปได้อีกด้วย (ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลา 1 ปี) ซึ่งระหว่างผู้ที่ถือสัญชาติกับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักถาวรนั้นก็แตกต่างกันเพียงแค่ ผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรจะไม่สามารถมีสิทธิในการเลือกตั้ง และรวมถึงอาจจะถูกปฎิเสธในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับความลับ ที่สำคัญที่สุดก็คือ หากว่าผู้ที่ยื่นขอมีถิ่นพำนักถาวรเดินทางออกนอกอังกฤษสถานะการมีถิ่นพำนักจะถูกยกเลิกหลังจากที่การเดินทางออกนอกอังกฤษผ่านพ้นไปเป็นเวลา 2 ปี และก็ไม่สามารถจะขอคืนสถานะได้เสมอไป ส่วนผู้ที่ได้รับสถานะที่เรียกว่า EUROPEAN UNION SETTLED SCHEME ปัจจุบันจะสูญเสียสถานะนี้เมื่อเดินทางออกนอกประเทศไปเป็นเวลา 5 ปี แต่ทั้งนี้ ก็มีโอกาสที่อาจจะสูญเสียสถานะหลังจากผ่านพ้นไป 2 ปีได้เช่นกัน

%d bloggers like this: