วีซ่าเยี่ยมเยือน (Visitor Visa) จะทำอย่างไรไม่ให้มีปัญหา

ในบางครั้งเราก็อาจจะรู้สึกว่าขั้นตอนของการขอวีซ่าเยี่ยมเยือนของสหราชอาณาจักรนั้นค่อนข้างง่าย ข้อมูลเกี่ยวกับการขอวีซ่าสามารถดูได้จากเวปไซต์ https://www.gov.uk/standard-visitor/apply-standard-visitor-visa ปกติแล้วสองสิ่งที่จะต้องยืนยันให้กับหน่วยงานวีซ่าอังกฤษก็คือ ต้องแสดงให้เห็นว่าคุณมีเงินสำหรับการเดินทางดังกล่าว และอีกประการคือ คุณจะกลับมาประเทศไทยหลังจากการเยี่ยมเยือนนั้นเสร็จสิ้นลง ( แสดงให้เห็นว่าคุณมีหน้าที่ที่จะต้องกลับไปทำที่ไทย เช่น งานประจำ ครอบครัว ธุรกิจ การศึกษา เป็นต้น....) แต่อย่างไรก็ตาม การขอวีซ่าเยี่ยมเยือนก็มีเปอร์เซ็นต์การถูกปฏิเสธค่อนข้างมาก

adult, asia, asian-2693054.jpg

นอกจากนี้แล้วก็ยังเป็นที่รู้กันทั่วว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหราชอาณาจักรนั้นเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เข้มงวดที่สุดของโลก ในช่วงของการตรวจคนเข้าเมือง ผู้โดยสารอาจจะต้องผ่านการสัมภาษณ์ที่ยาวนานมาก หลายครั้งที่วีซ่าถูกยกเลิกโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และผู้โดยสารที่ถูกปฏิเสธการข้ามแดนก็จะต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางในไฟลต์ถัดไป (ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่เลวร้ายมากหากมองในแง่ของเงินที่สูญเสียไป) ในบทความนี้ ผมจะพูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยกับคนไทย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ผ่านการอนุญาตของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

 

บ่อยครั้งที่พบว่าผู้หญิงที่แต่งงานกับชาวอังกฤษ (ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าได้รับสัญชาติอังกฤษแล้ว) เชิญให้พ่อแม่ของตัวเองที่ไม่สามารถพูดอังกฤษได้มาเยี่ยมที่อังกฤษ โดยผู้ที่เชิญเป็นผู้กรอกแบบฟอร์มคำขอทั้งหมดให้ และขอให้คนที่เชิญลงแค่ลายมือชื่อ จากนั้นก็นำเอกสารพร้อมกับพาสปอร์ตไปยื่นที่ศูนย์วีซ่าที่ไทย เมื่อเดินทางไปถึงอังกฤษ จ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ประจำอยู่สนามบินมักจะถามคำถามต่างๆ ที่อยู่ในแบบฟอร์มโดยเปรียบเทียบคำตอบกับคำตอบที่อยู่ในเอกสารในตอนที่ขอวีซ่า การไม่รู้ภาษาอังกฤษจริงๆ แล้วก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญสักเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็เพราะปกติจะมีล่ามที่คอยแปลภาษาอยู่ที่สนามบิน

แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะบินมาด้วยไฟล์ตที่ต้องทรานสิท หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองก็สามารถหาล่ามที่พูดภาษานั้นๆ ได้ในทุกภาษาที่ต้องการ แต่บ่อยครั้งที่ผู้ยื่นเอกสารไม่รู้ว่าสิ่งที่ผู้ที่ช่วยกรอกเอกสารกรอกตอบไปคือคำตอบอะไร เป็นคำตอบเดียวกันหรือไม่ และไม่รู้ว่าคำตอบที่ตนตอบนั้นเหมือนหรือแตกต่างจากที่ระบุไว้ตอนตอบคำถามในแบบฟอร์มในช่วงขอยื่นวีซ่า ในกรณีเช่นนี้ เป็นไปได้ที่จะถูกปฎิเสธวีซ่าในช่วงของการตรวจคนเข้าเมืองและต้องถูกเนรเทศกลับ คำแนะนำของผมก็คือ เพื่อที่จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หากว่าพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง (หรือใครก็ตามที่คุณเชิญ) ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ให้คุณคุยกับคนที่เชิญทางโทรศัพท์โดยทำความเข้าใจกับคำถามและคำตอบในเอกสารทั้งหมดก่อนที่จะนำเอกสารนั้นไปยื่นขอวีซ่า ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้พวกเขาได้ทราบถึงข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในเอกสารและคำตอบเพื่อจะได้เข้าใจตรงกัน

 

เมื่อไม่นานมานี้ ทางหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองได้เริ่มยกเลิกวีซ่าสำหรับผู้ที่ละเมิดระเบียบศุลกากร จากที่ก่อนหน้านี้ผู้ที่ละเมิดถูกลงโทษด้วยการถูกยึดสินค้าและถูกปรับเงินในจำนวนมาก ตอนนี้นอกจากการลงโทษด้วยการปรับและยึดสินค้าแล้ว กรณีที่มีความผิดร้ายแรง ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีสิทธิยกเลิกวีซ่าได้  ในสนามบินสุวรรณภูมิอาจจะขายสินค้าพวกบุหรี่ต่างๆ ให้กับคุณโดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งราคานั้นก็ถูกกว่าในอังกฤษมาก แต่ทั้งนี้มันก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณถูกยกเลิกวีซ่าและถูกเนรเทศออกนอกประเทศเมื่อเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักรได้  เช่นเดียวกันนี้ก็อาจจะเกิดปัญหาได้กับกลุ่มสินค้าจำพวกเครื่องหนังที่ทำจากสัตว์ซึ่งจำหน่ายอยู่มากมายในประเทศไทย รวมถึงยาแผนจีนต่างๆ ด้วย สิ่งที่ผมแนะนำก็คือ การก่อนเดินทางควรจะต้องศึกษากฎระเบียบของศุลกากรของสหราชอาณาจักรให้ดี และไม่ควรนำสินค้าที่สุ่มเสี่ยงเข้าประเทศ   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยก็เช่น ประชนชนในกลุ่มประเทศที่สามเดินทางเข้ามาในสหราชอาณาจักรเพื่อมาเยี่ยมญาติ หรือมาหาหลานที่เกิดในอังกฤษ จะไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเลยถ้าหากว่ากรอกเอกสารขอวีซ่าและตอบคำถามกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองว่าพวกเขาเดินทางมาเพื่อจุดประสงค์เยี่ยมลูกหลาน แต่อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่ตอบคำถามเช่นนี้ว่า จุดประสงค์ของการมานั้นเป็นไปเพราะต้องการช่วยลูกสาวกับหลาน (เพื่อให้ลูกไม่ต้องลำบาก หรือเพราะว่าลูกต้องไปทำงาน หรือจุดประสงค์อื่นๆ)  การตอบคำถามเช่นนี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสาเหตุให้ยกเลิกวีซ่าหรือถูกเนรเทศออกนอกประเทศ

 

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าใจว่า ส่วนใหญ่แล้วลูกๆ ก็จะตอบแทนพ่อแม่ด้วยการให้เงินและสิ่งของ ซึ่งถ้าเทียบแล้วก็เหมือนกันกับการทำงานที่ไม่ถูกกฎหมาย (แม้ว่าผู้ขอวีซ่าจะปฏิเสธว่าไม่ได้รับการตอบแทนในรูปของเงินหรือของขวัญใดๆ ก็ตาม) แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนที่ได้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าน้อยกว่าจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายให้กับพี่เลี้ยงเด็กที่มีใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ  ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องจ่ายภาษีจากรายได้ของตนให้กับรัฐบาล และการที่เดินทางมาเยี่ยมหลานของคุณยายในความเป็นจริงแล้วมันก็เหมือนกันกับการแย่งงานของผู้ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในอังกฤษนั่นเอง จะต้องเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่ถูกมองเป็นอันดับแรกจากการที่กรอกเอกสารโดยระบุถึงการช่วยเหลือหลานๆ นั่นหมายถึงการทำผิดกฎหมายที่สำคัญในหลายๆ ข้อ ( เช่น การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต  การจ่ายเงินค่าแรงต่ำกว่ามาตรฐาน และการหลบหนีภาษี) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำส่งผลให้เกิดการลงโทษที่รุนแรงตามมาได้

 

ในขั้นตอนของการขอวีซ่าจะต้องให้ข้อมูลว่า ใครเป็นผู้ที่รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับการเดินทาง ในส่วนนี้ผมอยากให้มองภาพ เช่น ในกรณีที่นักธุรกิจชาวไทยที่มีเงินส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษ ก็ควรจะต้องระบุว่าตัวเองเป็นผู้สนับสนุนการเดินทางของลูก แม้ว่าลูกจะมีงานพิเศษทำอยู่แล้วในอังกฤษ กรณีที่หญิงชาวไทยที่แต่งงานกับชาวอังกฤษเชิญแม่จากต่างจากหวัดให้มาเยี่ยม  ก็ควรจะต้องระบุว่าตนเป็นผู้ที่รับผิดชอบกับการเดินทางทั้งหมด (หมายถึงลูกที่เชิญเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่แม่) หรือไม่ก็เป็นสามีของเธอ ( ไม่ว่าครอบครัวจะมีรายได้ขนาดไหนก็ตาม) สิ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือ ผู้ที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้นจะต้องเป็นคนหนึ่งคนใดซักคน หากว่าผู้รับผิดชอบตั๋วเครื่องบินกับผู้รับผิดชอบรายจ่ายในการพักอาศัยเป็นคนละคนหรือมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป ก็จะเป็นการแสดงให้เห็นว่า การสนับสนุนทางการเงินให้กับเดินทางดังกล่าวโดยใช้ผู้รับผิดชอบคนเดียวเป็นไปด้วยความลำบาก และกรณีนี้ก็อาจจะถูกปฏิเสธวีซ่าได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เอกสารทางการเงิน (รวมถึงบัญชีเงินฝากที่ได้รับการประทับตราจากธนาคาร) ของบุคคลดังกล่าวก็จะถูกนำมาพิจารณาเป็นพิเศษ  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะยิ่งสงสัยมากขึ้นหาว่าไม่สามารถอธิบายแหล่งที่มาของเงินฝากที่อยู่ในบัญชีได้   กรณีที่ผู้สนับสนุนการเดินทางแจ้งว่ามีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 25000 บาท และนอกจากนี้แล้วมีเงินที่เข้าออกอื่นๆ นอกจากเงินประจำอีก 10000 – 15000 บาท จากแหล่งอื่นๆ บุคคลคนนั้นจะต้องชี้แจงถึงที่มาของเงินดังกล่าวในช่วงที่ยื่นเอกสารขอวีซ่า  ไม่เช่นนั้นอาจถูกปฏิเสธวีซ่าได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ยื่นขอวีซ่ามีเงินเดือน 12000 บาท แต่ในบัญชีมีเงิน 10 ล้านบาท และหากว่าไม่สามารถอธิบายถึงที่มาของเงินดังกล่าวได้ อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยได้ว่าคุณทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือทำการฟอกเงินได้

 

นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดคำถามว่าทำไม คนที่มีเงินในบัญชีขนาดนี้จึงยอมทำงานที่ได้ค่าแรงเล็กน้อยเช่นนั้น กรณีเช่นนี้อาจทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหาข้อมูลทางธุรกรรมที่บ่งชี้ว่า เงินเหล่านั้นเกิดจากการที่ไปหยิบยืมมาจากเพื่อน หรือจากญาติพี่น้องมาเพื่อที่จะแสดงให้เจ้าเหน้าที่เห็นยอดในบัญชีว่ามีมากพอในการขอวีซ่า การที่มีบัญชีที่ไม่ปกติเช่นนี้อาจจะถูกปฏิเสธวีซ่าโดยอัตโนมัติได้ คำแนะนำของผมก็คือ ในกรณีเช่นนี้ เพื่อจะให้มีโอกาสเสี่ยงน้อยที่สุดที่จะถูกปฏิเสธวีซ่า แนะนำให้อธิบายที่มาที่ไปของสถานการณ์ต่างๆ ให้ครบถ้วนในช่วงของการยื่นเอกสาร โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันที่มาของเงินหรือยื่นเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มเติม

 

หากว่าหญิงไทยที่แต่งงานและย้ายไปอยู่ที่สหราชอาณาจักรเชิญพ่อแม่ของตัวเองหรือญาติพี่น้องให้มาเยี่ยม โดยพ่อแม่หรือญาติพี่น้องไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย ก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะได้รับวีซ่า ในกรณีอื่นๆ ที่ไม่ใช่กรณีเช่นนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วหากว่าผู้สูงอายุเดินทางออกจากประเทศไทยไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกมักจะถูกปฏิเสธวีซ่า ยกเว้นแต่ว่าจะมีสาเหตุที่ทำให้ต้องเดินทางที่ดูแล้วน่าเชื่อถือ (เช่น ไปประชุมทางวิชาการ เป็นต้น) ส่วนจุดประสงค์ในการเดินทางเพื่อเยี่ยมเพื่อน หรือญาติห่างๆ หรือไปท่องเที่ยว กรณีเช่นนี้ แนะนำให้เดินทางไปประเทศไหนสักประเทศหนึ่งก่อน จากนั้นค่อยยื่นขอวีซ่าอังกฤษ

 

ในหลายกรณี การยกเลิกวีซ่าเกิดจากการที่ผู้ยื่นขอวีซ่าไม่สามารถแสดงเหตุผลที่เพียงพอว่าตนจะต้องเดินทางกลับประเทศไทย ( เช่น เงินเดือนน้อย ไม่มีงานประจำ เป็นต้น) การพิจารณาเอกสารของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ก็จะพิจารณาเปรียบเทียบว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ยื่นขอวีซ่าจะยอมเสี่ยงที่จะอยู่ต่อในสหราชอาณาจักรอย่างไม่ถูกกฎหมาย  เป็นไปได้มากน้อยขนาดไหนที่จะทำงานอย่างไม่ถูกกฎหมายในร้านอาหารไทย หรือร้านอาหารจีน  ส่งเงินกลับประเทศ โดยหวังว่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองจะไม่สามารถจับได้ หากว่าคุณรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจจะเกิดความรู้สึกเช่นนั้นขึ้น ( แม้ว่าคุณไม่ได้มีความประสงค์ที่จะอยู่ต่อเช่นนั้น) กรณีนี้ผมแนะนำให้ยื่นเอกสารโดยให้ทางทนายความด้านการตรวจคนเข้าเมืองอังกฤษช่วย

 

ที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือผู้ที่ยื่นวีซ่าอังกฤษมาก่อนหน้านี้และถูกปฎิเสธวีซ่ามาแล้ว (ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าประเภทใดก็ตาม) หรือถูกยกเลิกวีซ่าโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ในหลายกรณีหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทนายความการที่จะได้รับวีซ่าใหม่เป็นไปได้ยากมาก หากว่าถูกปฎิเสธมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใดก็ตาม ทางทนายความสามารถโต้แย้งได้ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้พิจารณาผิดพลาด โดยไม่ขอเอกสารเพิ่มเติม หรือพิจารณาอย่างเข้มงวดเกินไปสำหรับกรณีนี้ทำให้พิจารณาผิดพลาด เป็นต้น แต่หากว่ามีการปฏิเสธวีซ่าสองครั้ง การจะขอวีซ่าก็ยิ่งยากขึ้นตามไปด้วย

 

การถูกปฏิเสธวีซ่าถึงสองครั้ง นั่นก็หมายความว่า ปัจจัยในการถูกปฏิเสธวีซ่าเกิดจากบุคคลคนนั้นเองที่ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงสองคนที่ไม่ได้ขึ้นต่อกันต่างลงความเห็นเหมือนกันว่าไม่ควรให้ผู้ยื่นขอวีซ่านั้นเข้าสหราชอาณาจักร และก็เป็นเหตุที่ทำให้เป็นอุปสรรคในการขอรับวีซ่าประเภทอื่นๆ ของสหราชอาณาจักรในอนาคต  หากว่าสถานการณ์ของคุณเป็นเช่นนี้อยู่ สามารถติดต่อมาหาผมได้ ผมและทีมงานจะพยายามช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่ หากว่าคุณถูกปฏิเสธวีซ่าใดๆ ก็ตาม (ไม่เพียงแต่วีซ่าเยี่ยมเยือน) ควรจะต้องติดต่อกับทนายความอังกฤษให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะบางครั้ง (แต่ไม่ทุกครั้งไป) ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ขอให้พิจารณาใหม่ได้ แต่การยื่นอุทธรณ์ใหม่นั้นมีระยะเวลาที่สั้นมาก

 

%d bloggers like this: